ซอมบี้...ผู้สยบยักษ์ ฮอตจริงๆสำหรับนักแสดงหนุ่มคนนี้อย่าง"นิโคลัส โฮลท์"หลังเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ได้แปลงโฉมเป็นซอมบี้สุดหล่อเดินแกว่งกระซากใจสาวๆไปแล้วตามๆกันในโรงภาพยนตร์ สำหรับหนังรักโรแมนติกสายเลือดใหม่สุดอินดี้อย่าง "Warm Bodies" ที่ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่สามารถเรียกกระแสของเขากลับมาหลังผ่านงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกจากบท "แฮงค์ แม็คคอย" จาก X-Men: First Class เมื่อปี 2011ที่ผ่านมา แต่แล้วความแรงของเขาก็ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งในปีนี้มีภาพยนตร์ที่เขาแสดงให้เราได้ชมต้นปีกันถึง 2 เรื่องด้วยกัน ซึ่งอย่างที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้จากเรื่อง"Warm Bodies"และครั้งล่าสุดในเดือนแห่งความรักเช่นเดียวกันนี้เขาได้สลัดคราบ ซอมบี้...ที่รัก ให้กลับกลายมาเป็นหนุ่ม "แจ็ค"ผู้ที่จะพาเราไปผจญภัยครั้งล่าสุดที่มีความอันตรายรอบตัวจากฝูงกองทับยักษ์สุดหินในภาพยนตร์ที่ถูกสร้างต่อยอดมาจากนิทานสุดเก๋าอย่าง"แจ็คผู้ฆ่ายักษ์" แต่ครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหนังหลังจากเอาเนื้อหาของนิทาน"แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ"มาผสมผสานเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นราวตำนานอีกส่วนหนึ่งที่ได้ออกกลายมาเป็น "Jack the Giant Slayer : แจ็คผู้สยบยักษ์"
 
"Jack the Giant Slayer : แจ็คผู้สยบยักษ์" เล่าเรื่องที่นำมาตีความถึงสงครามสมัยโบราณกาลที่ได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อหนุ่มชาวสวนอย่าง "แจ็ค" ได้เปิดประตูระหว่างโลกของคนกับเผ่ายักษ์ที่น่าหวาดกลัวขึ้นด้วยความบังเอิญทำให้กลายเป็นการปลดปล่อยยักษ์มาสู่โลกเป็นครั้งแรก ในรอบหลายศตวรรษพวกยักษ์พยายามกู้ดินแดน ที่เคยเสียไป ทำให้พ่อหนุ่มแจ็ค (นิโคลาส เฮาท์) ต้องเข้าสู่สมรภูมิรบเพื่อขัดขวางพวกยักษ์เป็นการต่อสู้เพื่ออาณาจักรประชาชน และความรักจากเจ้าหญิงผู้กล้าหาญ ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักรบผู้ไม่ยอมถอยหนีที่เขาคิดว่ามีอยู่แค่ในตำนาน เท่านั้น…และทำโอกาสนี้ให้เป็นตำนานของตัวเขา"
 
ตัวหนังแจ็คผู้สยบยักษ์เปิดเรื่องด้วยเรื่องราวของการปูเรื่องราวของที่มาและที่ไปแห่งตำนานนิทาน"แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวนิทานที่เหล่าพ่อแม่จะเล่าให้ลูกๆฟังก่อนนอนทุกวันซึ่งในนั้นรวมถึงตัว"แจ็ค"และ"เจ้าหญิง อิซาเบล"ตอนวัยเด็กที่มีความชื่นชอบและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวเรื่องนี้มาตลอด"ว่ามันเป็นเพียงแค่นิทานหรือมันมีอยู่จริง"แต่ซึ่งบทในหนังเรื่องนี้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเล่าของตำนานนิทาน(แจ็คผู้ฆ่ายักษ์)แต่เพียงอย่างเดียวแต่คือการนำเรื่องราวของ นิทาน"แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ"กับ"แจ็คผู้ฆ่ายักษ์"มาผสมจนเป็นเรื่องเดียวกันจนเกิดเป็น "Jack the Giant Slayer : แจ็คผู้สยบยักษ์" ซึ่งที่จริงแล้วตัวตนของ"แจ็ค"ของทั้งสองเรื่องนั้นช่างมีสิ่งๆหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิ้ง โดยเรื่องราวของ "แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ" ตัวละครของ"แจ็ค"จะเป็นเพียงเรื่องราวของเด็กชายคนนึงซึ่งมีนิสัยที่ไม่ดีเอาเสียเลยที่ซึงแตกต่างโดยชิ้นเชิงกับตำนาน"แจ็คผู้ฆ่ายักษ์"ที่มีเนื้อเรื่องสดุดีแด่"แจ็ค"ผู้ที่เป็นวีรบุษของตำนานนิทานที่ผู้คนยกย่องให้เป็นฮีโร่
 
 ซึ่งเรื่องราวของ"แจ็คผู้สยบยักษ์"ทั้งหมดไม่ได้มีจุดสำคัญอะไรในการเดินเรื่องราวมากมายนักซึ่งความสนุกทั้งหมดจะเกิดขึ้นแค่เพียจุดเริ่มต้นแรกจากที่มาของต้นถั่วยักษ์และอำนาจแห่งมงกุฎโบราณ ที่ทำให้เรื่องราวของการผจญภัยแห่งต้นถั่วนั้นเริ่มก่อตัวขึ้นซึ่งจากการเดินเรื่องนั้นไม่มีกฏเกฑณ์ใดๆเอาเสียเลย แม้การปูเรื่องในช่วงต้นเรื่องกับความเชื่อในวัยเด็กที่ทำให้หนังพอมีเสน่ห์และมีความเป็นนิทานอยู่มากในช่วงแรกเริ่มแต่พอเรื่องราวเดินเข้ามาถึงจุดสำคัญ ของเรื่อง กลับทำให้ความแปลกใหม่ของเรื่องนั้นลืมเลือนจางหายไปกับการผจญภัย ที่ดูแล้วเหมือนการลุ้นเกมส์ผจญภัยตามด่านต่างๆที่เดียวเดินเดียวหยุดและไม่มีแม้ซึ่งความแปลกใหม่ในด้านการนำเสนอแต่หนังก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรที่ทำให้ถึงกับแย่มากนัก แต่ก็ยังพอจะมีความบันเทิงและความตื่นเต้นให้คนดูได้พอลุ้นๆกันบ้าง กับเนื้องเรื่องในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของการเปิดศึกสงครามระหว่าง"ยักษ์ กับ คน"กับฉากระเบิดต้นถั่วยักษ์, เผาเมือง, ถล่มปราสาทที่พอจะทำให้คนดูลุ้นและสนุกแบบพอเพลินๆ ด้วยมุขของบทสนทนาที่แอบสอดแทรกความตลก และ ความโรแมนติกเล็กๆน้อยๆเอาไว้เป็นเสน่ห์ที่ถือได้ว่าเป็นการทดลองนำตำนานนิทานทั้ง 2 เรื่อง มาเล่าใหม่ได้สดแต่โดยรวมแล้วไม่แปลกใหม่ และถึงแม้ว่าบทของหนังจะไม่สามารถทำให้คนดูประทับใจและตื่นเต้นอะไรได้มากนักและที่ผมถือได้ว่าช่วยให้หนังไปได้และพอลุ้นคือตัวนักแสดงนำอย่าง
 
     " นิโคลาส เฮาท์"ในบท"แจ็ค"ที่ตามมาหล่อหลอกหลอนในเรื่องนี้ อีกครั้งกับการแสดงที่ถือได้ว่าอยู่ในขั้นใช้ได้เลยทีเดียวถึงแม้การแสดงในด้านภายนตร์จะผ่านมาไม่มากนักก็ตามแต่ซึ่งเป็นการทำงานที่เริ่มต้นการแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี กับผลงานภาพยนตร์เรื่อง "Intimate Relations" ซึ่งก่อนหน้านี้เขาคือเจ้าพ่อแห่งละครซีรีย์เลยก็ว่าได้ ก่อนจะเริ่มมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง About A Boy ในปี 2002ในบทหนุ่มหน้าใสชื่อ "มาร์คัส บริเวอร์"ที่ผ่านงานแสดงมาแล้วมากมายจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถดึงคนดูได้อยู่หมัดในแต่ละบทที่เขาร่วมแสดงรวมถึงบท"แจ็ค"จากหนังเรื่องนี้อีกด้วย
 
   ส่วนนักแสดงอีกคนที่ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญของความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือ"เอเลียนอร์ ทอมลินสัน"กับบท "เจ้าหญิงอิซาเบล" ที่ถือได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์สูงในการแสดง ทั้งรูปร่าง หน้าตา และองค์ประกอบต่างๆซึ่งเหมาะสมกับบทเจ้าหญิง ที่มีความแสบซนอยู่ในตัวกับหนังผจญภัยที่เขาต้องแสดงออกมาให้เข้าถึงความกล้าหาญกับความทรงเสน่ห์เอาไว้ในที่เดียวกันของบทตัวละครนี้และยิ่งตอนเข้าบทกับ "นิโคลาส เฮาท์"ที่ทั้งคู่ดูมีความเหมาะสมและเข้าถึงตัวบทชายหนุ่มชนชั้นล่างผู้ตกหลุมรักความงามของเจ้าหญิงอันสูงส่งที่เขาต้องเอาความกล้ามาพิชิดใจเธอให้ได้
 
   ซึ่งโดยรวม..ด้านความผิดหวังที่มีเด่นชัดที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือ เทคนิคพิเศษในการสร้างที่ดูธรรมดาเกินไปโดยเฉพาะตัวฝูง"ยักษ์"ที่ถือได้ว่าเป็นจุดสำคัญของหนัง แต่กลับสร้างออกมาได้ดูธรรมดาๆ และเป็นจุดด๋อยที่หน้าผิดหวังมากถึงแม้ฉากประกอบต่างๆจะไม่ต้องสร้างสรรคเทคนิคพิเศษอะไรมากเพราะกาที่ผู้กำกับคิดเลือกเล่าเรื่องราวเดินเวียนวนอยู่แต่ที่ๆนึง ถ้าทำออกมาไม่โดดเด่นมันจะกลับกลายทำให้หนังเกิดความน่าเบื่อและมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังที่น่าผิดหวังของ"ไบรอัน ซิงเกอร์" อีกเรื่อง ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วตัวหนังยังพอถูๆไปได้ตามน้ำพร้อมความเพลินๆของตัวหนังที่มีความลุ้นพอที่จะทำให้ต่อมแห่งความสนุกมันกระตุกได้บ้าง ฟีย์ ฟาย โฟย์ ฟัมม์
 
 
คะแนน
 
 
 "Jack the Giant Slayer : แจ็คผู้สยบยักษ์"
วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์
 
 
 
 
 
 
         

Comment

Comment:

Tweet

เนื้อเรื่องดี ตอนแรกนึกว่าลงจากต้นยักษ์ได้ก็จบ
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ
ที่ทำให้ได้เห็นรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ขอบคุณค่ะquestion question question question question

#15 By turner on 2013-05-03 11:37

It's a really good article.
This article is very useful.

#14 By dunham on 2013-05-02 17:01

รอแผ่นออกมาจะไปหาซื้อมาเก็บไว้ดีก่า

#13 By semper on 2013-05-02 14:26

เอิ่มมมม มันเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เลย

#12 By christa on 2013-05-02 11:07

การตีความจากนิทานมาสู่ภาพยนต์เวอร์ชั่นนี้ น่าสนใจมาก

#11 By sem-mollis-dui on 2013-05-01 16:57

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ

#10 By arner on 2013-05-01 14:51

thanks for taking the time in posting your thoughts about the movie! Hot!

#9 By Evie Stang on 2013-04-27 10:03

Nice movie!

#8 By Eric Lowe on 2013-04-15 01:56

cool page!

#7 By Tristan Alsop on 2013-04-14 02:19

สนุกมากเลยค่ะ ไปดูมาสองรอบเลย

#6 By pattianne7 on 2013-03-29 20:45

Nice review! thanks!

#5 By Billie Carper on 2013-03-11 19:03

ดูเพลินๆ ไม่คิดไรมากbig smile

#4 By ภาพแต่งบ้าน on 2013-03-07 00:00

ผมอี๋ที่สุดคือตอนแจ๊คโยนถั่วลงปากยักษ์ครับ //สปอยรึเปล่านี่ผม
มันแบบ เอ่อ อี๋มาก //นึกแล้วขนลุก...
ส่วนตัวคิดว่าสนุกครับ เรื่องนี้แต่ก็เอื่อยๆ คือหาความตื่นเต้นไม่ค่อยได้ มันได้บางฉาก
ชอบเจ้าหญิงมากครับ สวยสมเป็นเจ้าหญิงแต่ไม่ใช่เจ้าหญิงที่ทำอะไรไม่เป็น /ในความคิดผมนะ

#3 By Shi-an on 2013-03-05 10:15

ฉากนั้นแบบว่า หยี่กันทั้งโรงครับ big smile

#2 By konraknang on 2013-03-04 23:40

ไปดูมาแล้วค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบภาพที่เวลาซูมเข้าไปใกล้ๆยักษ์
แต่มันก็ อี้ไปหน่อย เพราะยักษ์สกปรกมาก ๕๕๕ กับฉากต้นถั่วตอนงอกขึ้นมา
เอฟเฟคทำให้คนตื่นตะลึงแล้วก็ดูไม่น่าเบื่อไปนิดหน่อย แต่ถามว่าบางช่วงก็หน้าเบื่อไป
เจ้าหญิงสวย แบบ สวยแบบเจ้าหญิงจริงๆ ชอบมาก นางมีส่วนร่วมเยอะมาก
(ตั้งแต่ตอนแรกละ ที่เราต้องปีนไปช่วยนาง) ตอนแรกเราคิดว่าเค้าจะมีสร้างอาณาจักรยักษ์
หรืออะไรที่มากกว่านี้ เพราะรู้สึกยักษ์มันน้อยมาก...... แต่ก็ชอบที่เค้าพลิกแพลงเรื่อง
ในช่วงหลังๆเหมือนกันนะ มันมีอะไรที่มากกว่าแจ๊คแบบเดิม ^^

#1 By yukachan on 2013-03-04 23:21

EGAT
EGAT
EGAT

สนใจแจ้งข่าวสารหรือลงแบนเนอร์โฆษณา
ติดต่อที่ konraknang.film@gmail.com

EGAT

สนใจแจ้งข่าวสารหรือลงแบนเนอร์โฆษณา
ติดต่อที่ konraknang.film@gmail.com

EGAT

Tags



Follow Me on Pinterest





EGAT



EGAT